Our Fish

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การเลือกเลี้ยงปลา

พิชิต ไทยยืนวงษ์
cichlidbox@hotmail.com

เลือกเลี้ยงปลาอะไรดี?...

เมื่อตู้และอุปกรณ์ต่าง ๆ มีพร้อมหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือลงปลา ส่วนใหญ่เจ้าของตู้จะมีเป้าหมายในใจไว้อยู่แล้วว่าอยากเลี้ยงอะไรก็ไปหาซื้อเอา แต่ก็มีไม่น้อยที่มืดแปดด้าน คิดไม่ออกว่าควรเลี้ยงปลาอะไรถึงจะดูแล้วเพลิดเพลินมีความสุข บางท่านจึงพกคำถามนี้ไปที่ร้านขายปลา หวังพึ่งพาขอคำแนะนำแล้วจะได้ซื้อปลาจากร้านไปด้วยเสียเลยทีเดียว
การเลี้ยงปลาของนักเลี้ยงมือใหม่ควรมีสิ่งที่ต้องรู้ดังนี้ครับ
1 ข้อมูลของสายพันธุ์ปลาที่อยากเลี้ยง
2 ความยากง่ายของการเลี้ยงทั้งในปัจจุบันและอนาคต
เริ่มกันที่ข้อแรก...
เมื่ออยากจะเลี้ยงปลาอะไรสักอย่าง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้ข้อมูลของปลา อย่างน้อยก็ขั้นพื้นฐานพอที่จะเป็นเครื่องช่วยตัดสินใจได้ว่าจะเลี้ยงมันดีหรือเปล่า ปลาเป็นสัตว์น้ำที่มีความหลากหลายสูงมาก ไม่ใช่ขึ้นชื่อว่าปลาจะเลี้ยงเหมือนกันหมด บางชนิดเห็นสวยดี แต่กลับเป็นปลาที่เลี้ยงยากจริง ๆ จู้จี้จุกจิกทั้งเรื่องน้ำเรื่องอาหาร นักเลี้ยงที่ขาดประสบการณ์เอาไปก็มีแต่ตายลูกเดียว เช่นบรรดาปลาจากป่าพรุ ปลาจากแหล่งน้ำอ่อนที่มีค่าpH ต่ำ ปลากัดบางชนิดจะเลี้ยงได้แทบต้องกราบตำรา เช่นปลากัดป่าจากบรูไน (Betta macrostoma) หรือปลาหมอแคระที่มีแหล่งอาศัยจากป่าอเมซอนก็นับได้ว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ของปลาเลี้ยงยากเหมือนกัน
แต่ปลาส่วนใหญ่มักเป็นปลาเลี้ยงง่าย เพราะถ้าเลี้ยงไม่ง่ายตามฟาร์มเขาคงไม่เพาะพันธุ์ขายดิบขายดีไปทั่วโลกอย่างนี้แน่ ยกตัวอย่างเช่นปลาทอง ปลาทองนี้เด็ก ๆ เลี้ยงกันสบายเพราะไม่ต้องซื้อหาอุปกรณ์ให้มากวุ่นวาย ขอแค่อ่างสักใบกับน้ำสะอาด ๆ ก็สามารถเลี้ยงปลาทองได้แล้ว เช่นเดียวกับปลาอื่น ๆ เช่นปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลาบอลลูน ปลากระดี่ ฯลฯ แต่ก็อีกนั่นแหละ การเลี้ยงแบบนี้ก็มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่นไม่สามารถเลี้ยงได้มากตัวเพราะน้ำจะเสียง่าย ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อย และทัศนวิสัยในการดูปลาจะไม่ดีเท่ากับเลี้ยงในตู้
บางท่านสนใจปลาตามกระแสนิยมอย่างปลาหมอสีครอสบรีด (จำพวกฟลาเวอร์ฮอร์น , เท็กซัสแดง ฯลฯ) แต่เมื่อศึกษาข้อมูลคร่าว ๆ แล้วจำต้องเปลี่ยนใจเพราะตู้ที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับปลาพวกนี้ได้เนื่องจากมันมีขนาดใหญ่และนิสัยดุร้าย จะเลี้ยงมันได้ต้องมีตู้ขนาดพอสมควรและแยกเลี้ยงตู้ละตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ปลากัดกันตาย
การค้นหาข้อมูลสามารถทำได้ง่ายที่สุดคือถามจากคนขายปลา แน่นอนครับต้องดูด้วยว่าเขารู้จริงมากน้อยแค่ไหน บางคนมั่วนิ่มเก่ง อธิบายเป็นคุ้งเป็นแควแต่หาความจริงไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่คนขายปลาส่วนใหญ่เขาจำเป็นต้องมีความรู้ในระดับหนึ่ง เพราะจะขายสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถ้าไม่มีความรู้เอาเสียเลยคงเจ๊งภายในเวลาอันสั้นเป็นแน่แท้
อีกวิธีหนึ่งคือหาอ่านจากหนังสือหรืออินเตอร์เน็ต เดี๋ยวนี้ค่อนข้างสะดวก อยากรู้อะไรก็เสิร์ชเอาจากเวบไซต์ google มีให้อ่านกันเป็นกระตั้ก ๆ ทั้งข้อมูลเชิงลึกเชิงตื้นเชิงตลกขบขันหรือเอาแบบซีเรียสเน้นวิชาการกันจริง ๆ จัง ๆ ก็มี ผมว่าวิธีนี้ง่ายกว่าไปถามตามร้านขายปลาเสียอีกเพราะคอมพิวเตอร์ก็มีกันแทบทุกบ้าน เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับปลาก็มีเป็นพัน ๆ เว็บทั้งของไทยและต่างประเทศ แค่จิ้มสองสามทีก็ได้แล้วข้อมูล อะไรมันจะสะดวกสบายขนาดนี้ (แต่ไม่ค่อยทำกัน)
การหาข้อมูลปลา ควรต้องรู้ในสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญ คือ 1 ขนาดเมื่อโตเต็มที่ 2 อุปนิสัยและพฤติกรรม เผื่อเป็นปลาดุร้ายเกินจะได้ไม่ต้องให้มันมาเหยียบที่บ้านเรา 3 อาหาร กินยากไหม บางชนิดต้องกินแต่อาหารสด หลายท่านไม่ถนัดหรือเกรงบาปกรรมที่จะต้องผลาญคร่าชีวิตสัตว์อื่นก็จะได้เลิกคิด และ 4 รูปแบบการเลี้ยง ก็คือเรื่องของน้ำ การจัดตกแต่งตู้ และปลาอื่นที่จะเอามาเลี้ยงร่วมกันนั่นเอง
2 ความยากง่ายของการเลี้ยงทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ปลาบางชนิดอย่างอะโรวาน่า เมื่อซื้อมาทีแรกมีราคาแพง จึงมีกำลังใจและแรงผลักดันในการเลี้ยง ทั้งเรื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำและอาหารสด ซื้อหามาให้ไม่ขาดตกบกพร่องทั้งจิ้งหรีด หนอนนก ลูกปลานิล กุ้งฝอย ฯลฯ พอนานวันเข้าชักเบื่อ ความสุขที่ได้ไปซื้ออาหารสดให้ปลาทุกวันหรือความเพลิดเพลินจากที่ได้เปลี่ยนถ่ายน้ำก็หมดสิ้นไปกลายเป็นภาระ หนักเข้าเลยใช้วิธีซื้อกุ้งฝอยสาดเข้าไปในตู้ครั้งละเป็นขีด กะว่าคงหลายวันหน่อยกว่าจะกินหมด ปรากฏว่าไม่นานปลาอะโรวาน่าก็เริ่มป่วย ตาขุ่นบ้าง เป็นเห็บหรือมีหนอนสมอกัดติดข้างตัวยุ่บยั่บ สุดท้ายก็วายชีวา เหลือไว้แต่กุ้งเต้นไปเต้นมาดีอกดีใจที่ได้มีชีวิตต่อไปอีกหน่อยหนึ่ง
หรืออย่างปลาหมอสีครอสบรีดที่กำลังฮิตกันอยู่ทุกวันนี้ บางท่านอยากลองผสมพันธุ์มันเล่น ๆ เผื่อได้ลูกหลานมาขายคืนทุน ปลาหมอกลุ่มนี้เพาะไม่ยาก เป็นเหมือนกับปลาต้นตระกูลของมันที่มีพื้นเพจากทวีปอเมริกากลาง ได้จับคู่กันหน่อยก็วางไข่แล้ว ออกลูกมาทีเป็นพัน ๆ ตัว ทีแรกตื่นเต้นดีใจเลี้ยงประคบประหงม หาเหยื่อสดอาหารสำเร็จรูปมาปรนเปรอหมดเงินไปหลาย นานเข้าชักเริ่มเบื่อเพราะมันออกมาเยอะเหลือเกิน ไอ้ที่สวยพอจะคัดไปขายก็ใช่ว่าจะมาก ไม่คุ้มค่าแรงค่าอาหารที่ลงเอาไว้ แถมเจ้าตัวเล็ก ๆ เมื่อออกมาใหม่ ๆ พอผ่านไปสองสามเดือนเริ่มโต ปลาพวกนี้โตเร็วมาก หาที่เลี้ยงไม่พอก็เริ่มเป็นปัญหาใหญ่ สุดท้ายเอาไปปล่อยทิ้งแม่น้ำลำคลองกลายเป็นปัญหาของระบบนิเวศขึ้นมาอีกด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
จำเป็นเหลือเกินครับที่ต้องวางแผนการเลี้ยงไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่สร้างปัญหาให้กับตัวเองและสิ่งแวดล้อมในอนาคต จะเลี้ยงปลาสักตู้หนึ่งอย่าคำนึงถึงความอยากแค่ในปัจจุบัน ต้องเผื่อไปถึงวันข้างหน้าด้วยครับ ปลาเป็นสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกับหมาหรือแมว เพียงแค่มันถูกจำกัดอยู่แต่ในตู้ไม่สามารถวิ่งไปไหนมาไหนได้ หากินเองก็ไม่ได้ต้องรอให้คนมาหยิบยื่น เมื่อน้ำเริ่มเสียมันก็ไม่สามารถย้ายตัวเองไปอยู่ที่อื่น ได้แต่จำใจทนจนกว่าเจ้าของจะมาจัดการเปลี่ยนถ่ายให้ เจ็บป่วยขึ้นมาเจ้าของไม่ทันสังเกตอาการ เห็นเข้าอีกทีอาการก็หนักป้อแป้ ไม่กี่วันก็ตาย
คงไม่มีใครอยากเห็นสภาพแบบนี้เท่าไหร่นักหรอก จริงไหมครับ

ไม่มีความคิดเห็น: